ความเป็นมาของเพชรบ้านนา ที่หลายท่านยังไม่ทราบข้อมูล

             เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องเล่าที่ พ่อบุญเสริม เกียรติกุลเล่าให้ฟัง และบางอย่างผมได้รวบรวมข้อมูลมาเพิ่มเติมเพื่อความจัดเจน หวังว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้พี่น้องนักเล่นชวนชมทั้งหลายได้พอเข้าใจ เป็นแนวทางในการพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้สำหรับถิ่นกำเนิดชวนชมสายพันธุ์ไทย ที่เรียกว่า Thi-Socotranum ซึ่งต่อไปอาจจะเปลี่ยนเป็น Thai-Saudinum ก็ได้เพราะถือว่าเป็นชวนชมสายพันธุ์ใหม่ที่คนพบโดยคนไทย ซึ่งเป็นชวนชมที่มีถิ่นกำเนิดที่ ซาอุดิอาระบีย

          พ่อ บุญเสริม เล่าให้ฟังในช่วง ปี พ.ศ. 2520 ประเทศซาอุดิอาระเบียมีความต้องการแรงงานจำนวนมากเพื่อไปพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเมือง ถนน การขนส่งวัสดุอุปกรณ์ต่าง รวมไปถึง แรงงานที่ใช้ในการเกษตรก็มี ช่วงแรกที่ไปที่ซาอุไปทำงานส่งท่อที่ใช้เจาะน้ำมัน ได้ไปส่งในหลายเมือง ด้วยการที่เป็นคนชอบเลี้ยงต้นไม้ ตั้งแต่กล้วยไม้ บอนสี ว่าน โกสน ทำให้การไปอยู่ในทะเลทราย จากบ้านจากเมืองไปก็ต้องคิดถึงบ้านคิดถึงลูกเมียเป็นเรื่องธรรมดา จึงต้องหาสิ่งที่ตนชอบทำ คือไม่ว่าไปที่ไหนถ้ามีต้นไม้แปลกๆก็จะเก็บมาไว้ที่พักนำมาเลี้ยงดูเมือนที่เมืองไทย พวกแขกมันหาว่าบ้า เพราะประเทศเขาน้ำจะหายาก บางครั้งต้องนำน้ำทะเลมากลั่นให้เป็นน้ำจืด ในประเทศซาอุส่วนใหญ่จะเป็นดินลูกรังสีแดงมีทรายทับอยู่ด้านหน้า ทะเลทรายจริงๆมีน้อย เพราะพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายรถไม่สามารถวิ่งเช้าไปได้ ต้นไม้ไม่ค่อยมีจะมีไม้ทะเลทรายต้นไม่สูงนัก ไม้ใหญ่หลักๆจะเป็นต้นอินทผารำ และต้นกระถินเทพา เมืองที่มีอากาศดี ทำการเกษตรได้ดีคือเมืองTaif ที่คุณอนุชาไปอยู่

           มีใครรู้บ้างว่าประเทศซาอุก็มีการทำนาข้าว นาแต่ละแปลงจะทำรั้วล้อมรอบ รถวิ่งหลายสิบกิโลเมตรก็ยังไม่สุดรั้วลองคิดดูว่าทำนากันคนละกี่ไร่ หลังจากอยู่ที่ซาอุหลายปีไปมาหลายที่ พบต้นไม้แปลกๆต้องเก็บมาเลี้ยง จนอยู่มาวันหนึ่งได้ผ่านไปที่เมือง Khamis ก่อนจะถึงเมือง Khamis ประมาณ 120 ก.ม. จะพบทางแยกเป็น สี่แยกซึ่งเป็นทางต่างระดับ ตาริก ได้พบกับต้นไม้ชนิดหนึ่งขนาดประมาณถัง 200 ลิตร ขึ้นอยู่ 2 ต้น ลงไปดูน่าจะเป็นชวนชมทำไม้มีลักษะระที่แปลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน อยากจะนำกลับไปที่พักแต่ไม่รู้จะนำขึ้นรถมายังไง เลยต้องไปต่อ ก่อนจะขึ้นไปที่เมือง khamis ต้องผ่านทางขึ้นเขาเป็นระยะทางกว่า 70 ก.ม. แสดงว่าเมืองนี้ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากพอสมควร ช่วงก่อนถึงตัวเมืองผ่านเทือกเขาได้จอดพักและเดินสำรสหาต้นไม้ตามปกติ ได้พบกับชวนชมอีกต้นอยู่ในสภาพนอนต้นขนาดใหญ่เท่าถัง 200 ลิตร ได้ขึ้นปังเล่นคราวนี้พยายามหาเหล็กมางัดหวังว่าจะนำขึ้นรถมาด้วยแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้มีดตัดมา 1 กิ่ง ขนาดเท่าข้อแขน พอกลับไปถึงที่พักก็นำไปปักชำไว้ในทราย หวังว่าจะให้เกิดรากถ้านำกลับเมืองไทยจะได้นำมาปลูก ช่วงนั้นนอกจาก อนุชาแล้วยังมีคนในครอบครัวอีกคนหนึ่งที่รักต้นไม้และไปอยู่ที่ซาอุเหมือนกันก็คือ

 

               คุณสมศักดิ์  โสตสยานุสรณ์ คุณพ่อของโอ๊ต(เจ้าตำลับการทำไม้ทรงขวด) ได้พบและพูดคุยกับพ่อบุญเสริมตลอด และได้รับทราบด้วยว่ามีไม้แปลกคือชวนชม อยุ่ที่เมืองKhamis มีโอกาสผ่านไปก็ไปดูเหมือนกัน หลังจากที่พบมาแล้ว 3 ต้น ได้มีโอกาสไปที่สนามบินในเมือง Taif ได้ไปพบเห็นอีก 2 ต้น ซึ่งชาวเกาหลีนำมาปลูกไว้หน้าอาคารขนาดต้นเล็กประมาณเล็กกว่าถังน้ำดื่มเล็กน้อย ลักษณะที่เห็นทั้ง 5 ต้นเป็นไม้ชนิดเดียวกัน ที่ไปพบอีกต้นหนึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันมากคือต้นที่ไปพบที่เมืองมูฮาย จะมีลักษณะเป็นต้นไม้ใหญ่คล้ายยักษ์อาฟริกา ภายหลักถูกชาวเกาหลีใช้รถขุดและใช้รถยกขึ้นรถย้ายไปอยู่ที่อื่น หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปอีกหลายเมืองก็ไม่เคยพบไม้พวกชวนชมอีกเลย แต่ก็ไม่อาจสรุปได้ว่าที่ซาอุจะมีเพียงเท่านี้ เพียงแต่ว่าบางสายพันธุ์ที่นำมาจากซาอุน่าจะมีที่มาที่ชัดเจน เพราะดูจากสภาพพื้นที่แล้วการขยายพันธุ์โดยะรรมชาตินั้นยากมากเพราะมีฤดูกาลที่ไมเอื้ออำนวย ในช่วงปี 2531 ได้มีโอกาสกลับมาพักเมืองไทยเลยนำกลับมาด้วยเป็นที่น่าแปลกที่ปักชำไว้เป็นปีไม่ตายแต่รากก็ไม่มีเช่นกัน

 

             นำมาปลุกไว้ในเมืองไทยก็ไม่แน่ใจว่าจะขึ้นหรือไม่ แล้วก็กลับไปทำงานที่ซาอุต่อ การนำมาปลูกครั้งนั้นก็ไม่มีใครสนใจคิดว่าเป็นชวนชมธรรมดาต้นหนึ่งเท่านั้นเอง จนเกือบตายไปเหมือนกัน พอดีพี่แดง ( คุณสมศักดิ์  โสตยานุสรณ์)ได้กลับมาพัก พ่อได้สั่งให้มาช่วยดูด้วยว่ายังอยู่และโตหรือไม่ พอมาพบก็ช่วยเปลี่ยนดินให้ ผมมาทราบภายหลังว่าพี่แดงได้ตัดกิ่งชวนชมที่สะพานตาลิกกลับมาเมืองไทยอีก 1 กิ่ง นำมาแขวนไว้นำมาปลุกไม่มีรากเน่าตายไปเสียก่อน จึงไม่ได้พุดถึงกิ่งที่ 2 นี้ ในช่วงที่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง คนไทยในซาอุส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับ ร่วมถึงอนุชาเองก็กลับมาในช่วงนั้นเช่นกัน